การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบลีกเฟส นัดที่ 6 กลายเป็นฝันร้ายของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เมื่อพวกเขาเปิดรัง ซานติอาโก้ เบร์นาเบว พ่ายให้กับ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปด้วยสกอร์ 1-2 ทั้งที่ออกนำไปก่อน ส่งผลให้เก้าอี้กุนซือของ ชาบี อลอนโซ่ เริ่มสั่นคลอนอย่างหนัก
เริ่มต้นดีแต่จบไม่สวย
เกมบิ๊กแมตช์ประจำค่ำคืนวันพุธที่ 10 ธันวาคม ที่ผ่านมา เรอัล มาดริด เจ้าบ้านเริ่มต้นได้อย่างคึกคัก ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่มของแฟนบอล และพวกเขาก็ทำได้สำเร็จในนาทีที่ 28 จากจังหวะที่ โรดรีโก้ แนวรุกบราซิเลียนใช้ความสามารถเฉพาะตัวพาบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย ขึ้นนำ 1-0 ดูเหมือนว่าโมเมนตัมจะเทไปทางเจ้าถิ่น
จุดเปลี่ยนจากดาวรุ่งและจอมมาร
อย่างไรก็ตาม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า แสดงให้เห็นถึงความนิ่งและคุณภาพทีมที่ไม่เป็นรอง เพียงแค่ 7 นาทีถัดมา “เรือใบสีฟ้า” ตีเสมอได้สำเร็จจาก นิโก้ โอ’ไรลี่ย์ (Nico O’Reilly) กองกลางดาวรุ่งวัย 20 ปี ที่ได้รับโอกาสลงสนามและตอบแทนความไว้ใจด้วยการยิงประตูตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 35 ซึ่งถือเป็นประตูแจ้งเกิดอย่างเป็นทางการในเวทียุโรปของเจ้าหนูรายนี้
หายนะของมาดริดมาเยือนในช่วงท้ายครึ่งแรก เมื่อทีมเยือนมาได้ลูกจุดโทษในนาทีที่ 43 และเป็นเพชฌฆาตหน้าเดิม เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด พลิกแซงนำเป็น 2-1 ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
ครึ่งหลังที่ไร้ผล และวิกฤตศรัทธา
ครึ่งหลัง แม้ ชาบี อลอนโซ่ จะพยายามแก้เกมด้วยการส่งตัวรุกหวังทวงประตูคืน แต่แนวรับของ แมนฯ ซิตี้ ก็ยืนตำแหน่งกันได้อย่างแข็งแกร่ง รักษาสกอร์นำไว้ได้จนจบเกม จบ 90 นาที แมนฯ ซิตี้ บุกมาเก็บ 3 แต้มสำคัญถึงถิ่นสเปน
ความพ่ายแพ้นัดนี้ส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อ เรอัล มาดริด โดยสถิติในถ้วยยุโรปปีนี้พวกเขาน่าเป็นห่วง (ชนะ 3 แพ้ 3) ซึ่งถือเป็นฟอร์มที่ต่ำกว่ามาตรฐานของแชมป์ยุโรปหลายสมัย สื่อสเปนเริ่มจับตามองอนาคตของ ชาบี อลอนโซ่ ว่าอาจจะไม่ได้รับโอกาสคุมทีมต่อหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นในเร็ววัน
ในขณะที่ แมนฯ ซิตี้ ยังคงเดินหน้าเก็บแต้มได้อย่างต่อเนื่อง การันตีพื้นที่เข้ารอบน็อกเอาต์และตอกย้ำความเป็นเต็งแชมป์ในปีนี้
