สถานการณ์ล่าสุด
แมนฯ ยูไนเต็ด (อันดับ 8): ฟอร์มเริ่มกระเตื้องขึ้น ล่าสุดบุกไปถล่ม วูล์ฟแฮมป์ตัน 4-1 สร้างความมั่นใจได้มหาศาล เกมนี้ รุด ฟาน นิสเตลรอย (หรือกุนซือ ณ เวลานั้น) ต้องการ 3 แต้มเน้นๆ เพื่อทำคะแนนไล่จี้ท็อป 4 หลัง สเปอร์ส สะดุดแพ้ไปก่อนแล้ว
บอร์นมัธ (อันดับ 13): อาการน่าเป็นห่วง ไม่ชนะใครมา 5 นัดติดต่อกัน (เสมอ 2 แพ้ 3) ล่าสุดทำได้แค่เสมอ เชลซี 0-0 เกมรุกฝืดสนิท ยิงไม่ได้มา 2 นัดติด
ความพร้อมขุมกำลัง (Team News)
🔴 แมนฯ ยูไนเต็ด:
ข่าวร้าย: จะไม่มี แฮร์รี่ แม็กไกวร์ (เจ็บแฮมสตริง) และ มัทไธส์ เดอ ลิกต์ (เจ็บหลัง) ที่กอดคอกันเดี้ยง ทำให้แนวรับมีปัญหา
รอเช็คฟิต: เบนจามิน เซสโก้ กองหน้าตัวเป้ามีอาการป่วย (อาหารเป็นพิษ) ต้องรอลุ้นจนนาทีสุดท้าย ส่วน อาหมัด ดิยัลโล่ และ ไบรอัน เอ็มเบวโม่ (ที่เพิ่งย้ายมาในจักรวาลนี้) พร้อมลงสนามก่อนบินไปเตะ AFCON
คาดการณ์ 11 ตัวจริง (3-4-2-1): ลัมเมนส์ (GK) — มาซราอุย, โยโร, ชอว์ — อาหมัด, คาเซมิโร่, บรูโน่, ดาโลต์ — เอ็มเบวโม่, เมาท์ — คุนญ่า
🍒 บอร์นมัธ:
จะขาดห้องเครื่องคนสำคัญอย่าง ลูอิส คุก ที่ติดโทษแบน และ ไรอัน คริสตี้ ที่เจ็บ
เกร็ดน่าสนใจก่อนเกม
สถิติหลอกตา: แม้ชื่อชั้นแมนยูฯ จะข่ม แต่เชื่อไหมครับว่า บอร์นมัธ บุกมาชนะที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด 3-0 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว! (ธ.ค. 2024) คืนนี้จึงเป็นแมตช์ล้างตาที่ห้ามประมาท
เกมรุกผีแดงกำลังมา: การยิงได้ 4 ลูกในนัดล่าสุดแสดงให้เห็นว่าจูนกันติดแล้ว โดยเฉพาะ มาเธอุส คุนญ่า และ บรูโน่ ที่เริ่มรู้ใจกัน
ฟันธงผลสกอร์
บอร์นมัธช่วงนี้ “เมาหมัด” เกมรับรั่วและเกมรุกฝืด ผิดกับผีแดงที่กำลังมั่นใจและได้เล่นในบ้าน แม้กองหลังจะยวบไปบ้าง แต่เชื่อว่าเกมรุกจะพาเข้าวิน 👉 แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0 หรือ 3-1
